ไม่ทะเลาะขัดแย้งกับลูก

การฝึกฝนลูกนั้นเป้าหมายของเราคือ ให้ลูกร่วมมือด้วย จึงต้องมีวิธีการที่ดีที่สุดในการเอาชนะใจลูก ทำให้ลูกร่วมมือกับเรา บางทีบางท่านอาจรู้สึกว่าวิธีที่พูดนี้ เป็นวิธีที่ดีหรือถูกต้องได้อย่างไร

ประการแรกดูเหมือนว่า เราไป “ยอม” เด็ก แต่ถ้าเราพิจารณาดูจุดประสงคของเด็กแล้ว จะเห็นว่าการขัดแยังของเด็กแทบทุกครั้ง เขาต้องการความสนใจจากเรา อยากให้เราเข้าไปขัดแย้งกับเขา ถ้าเรายอมเข้าไปร่วมวงด้วย เท่ากับเราตกหลุมพรางเด็ก และไปช่วยสนับสนุนความมุ่งหมายที่ผิดของเด็ก ดังนั้นการฝึกฝนอบรมเด็กจึงต้องมุ่งไปที่ตัวปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ผิวเผิน

การแก้ไขพฤติกรรมไม่ดีของเด็กด้วยคำพูดพร่ำสอนนั้นไม่สู้จะได้ผล เราต้องใช้วิธีที่ทำให้เด็กเขาเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาเอง ถ้าเด็กเขาเห็นว่าความพยายามในแนวทางที่ใช้อยู่เดิมไม่เกิดผล เด็กจะเปลี่ยนทิศทางใหม่เอง ในที่สุดเด็กจะเห็นเองว่าเขาได้ประโยชน์ที่สุดจากการให้ความร่วมมือกับพ่อแม่ เมื่อทำตามใจตัวเองไม่ได้ เด็กจะเลือกไปทางที่เป็นผลดี เด็กจะรู้จักเคารพต่อความเป็นจริง เคารพพ่อแม่ซึ่งเป็นตัวแทนของระเบียบแบบแผนของสังคม

เมื่อเด็กได้รับการฝึกอบรมแบบไม่ขัดแย้งกันภายในครอบครัวได้แล้ว ย่อมง่ายที่เด็กจะเรียนรู้วิธีแก้ไขการขัดแย้งกันในสังคมทั่วไป พ่อแม่คงต้องฝึกใจให้สงบด้วยวิธี “หลบเข้าห้องน้ำทางใจ” ซึ่งก็ได้ผลดี

เด็ก ๆ นั้นมีความอ่อนไหวมาก เด็กจะเข้าใจทันทีเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่ยอมขัดแย้งด้วย เราคงเห็นตัวอย่าง เช่น ลูกดื้อจะแวะไปบ้านน้า แต่คุณแม่ไม่ยอม ลูกล้มตัวลงร้องไห้แต่คุรแม่ทำเป็นไม่เอาใจใส่ คงเดินไปเรื่อย ๆ เพื่อกลับบ้านโดยไม่ขัดแย้งด้วย ลูกเข้าใจดีจึงเลิกแผลงฤทธิ์ต่อและรีบวิ่งตามคุณแม่ไป คุณแม่ไม่ได้แสดงความไม่พอใจ คงพูดคุยกับลูกตามปกติอย่างสบายอกสบายใจ

ที่มา : หนังสือ เมื่อลูกท้ายทายคุณ เล่ม 2