08 Aug 2007 No Comments
การพูดคุยกับลูก คือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน การถามความคิดเห็นจากลูกจะเข้าใจในตัวลูก เข้าใจปัญหาของลูกและช่วยให้เขาใช้ความคิด การตัดสินใจที่ดี
มีหลายแห่งในหนังสือเล่มนี้ เราเสนอแนะให้คุณพ่อคุณแม่ปรึกษาหารือกับลูก ๆ ถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน ในช่วงเวลาทำงานของเราได้พบว่ามีคุณพ่อคุณแม่จำนวนน้อยมากที่ทราบวิธีพูดคุยกับลูก บ่อยครั้งมันกลายเป็นคุรพ่อคุณแม่พูดให้ลูกฟัง แม้จะพูดด้วยวิธีที่นุ่มนวลก็จริงอยู่ ลุกเขาได้ยินแต่เสียงเทศน์
ถามลูกเสมอว่า “แล้วมันจะเป็นอย่างไร” “แล้วลูกจะคิดอย่างไรอีก” “คนอื่นๆ เขาจะคิดอย่างไรบ้าง”
ลูกเขาจะรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นเพื่อนร่วมคิดในการแก้ไขปัญหาชีวิตของเขา การถามนำลูกก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะนำความคิดเห็นไปสู่ลูก
คงเป็นไปไม่ได้ที่ลูกจะมีความคิดที่ถูกต้องเสมอไป แต่การบอกว่าความคิดของเขาผิดและของเราถูก จะทำให้ลูกเขาปิดปากไม่พูดอะไรอีก (แม้แต่เราผู้ใหญ่เองก็เหมือนกัน) วิธีนี้เรียกว่า “บอกลูก”
“น้องกระจิบ ลูกก็รู้อยู่แล้วว่าการเกลียวน้องสาวนั้นมันไม่ถูก ลูกควรละอายแก่ใจ ลูกควรจะรักน้อง” นี่ก็คือการ “บอกลูก” แต่ถ้าพูดเช่นนี้ “เออ ทำไมเด็กผู้ชายเขาต้องเกลียดน้องสาวนัก มันมีเหตุผลอะไรนะ” “ก็น้องเอาแต่ใจ” “พี่ชายควรจะทำอย่างไรดี นอกจากเกลียดน้องสาว” นี่คือการปรึกษาหารือกัน เรายอมรับความคิดเห็นของน้องกระจิบที่เกลียดน้องสาว ไม่ต้องไปพูดถึงศีลธรรมจรรยาว่ามันดีหรือเลว มันมีอยู่แล้ว อะไรและทำไม ความคิดจากเด็กต่างหากเป็นสิ่งที่เราต้องการนำมาไตร่ตรอง
มีหลาย ๆ ท่านคิดว่า “การใช้จิตวิทยาแบบใหม่” คือการยอมแพ้เด็ก เลิกให้ผู้ใหญ่เป็นผู้นำเด็ก แต่ความจริงนั้นตรงกันข้าม ถ้าเราไม่สามารถจะนั่งพูดกับลูกถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเราไม่สามารถให้ลูก ๆ เขาแสดงความคิดเห็นของเขาและเราฟังเขาพูด นั่นแหละลูกเขาจะทำตามที่เขาอยากทำ และเราจะสูญสิ้นอิทธิพลหนือความประพฤติของเขา ความร่วมมือจากลูกนั้นเกิดจากการเอาชนะใจ ไม่ใช่จากการเรียกร้องบังคับ และวิธีที่ดีที่สุดที่จะได้ความร่วมมือคือการได้พูดคุยกันอย่างอิสระ ว่าแต่ละคนคิดอย่างไรและค้นหาร่วมกันว่าวิธีใดดีกว่าในการดำเนินการร่วมกัน
ที่มา : หนังสือเมื่อลูกท้าทายคุณ เล่ม 3
by Lukjeab's Mom in Children Trick
08 Aug 2007 No Comments
พูดคุยกับลูก ไม่ใช่บอกลูก
การพูดคุยกับลูก คือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน การถามความคิดเห็นจากลูกจะเข้าใจในตัวลูก เข้าใจปัญหาของลูกและช่วยให้เขาใช้ความคิด การตัดสินใจที่ดี
มีหลายแห่งในหนังสือเล่มนี้ เราเสนอแนะให้คุณพ่อคุณแม่ปรึกษาหารือกับลูก ๆ ถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน ในช่วงเวลาทำงานของเราได้พบว่ามีคุณพ่อคุณแม่จำนวนน้อยมากที่ทราบวิธีพูดคุยกับลูก บ่อยครั้งมันกลายเป็นคุรพ่อคุณแม่พูดให้ลูกฟัง แม้จะพูดด้วยวิธีที่นุ่มนวลก็จริงอยู่ ลุกเขาได้ยินแต่เสียงเทศน์
ถามลูกเสมอว่า
“แล้วมันจะเป็นอย่างไร”
“แล้วลูกจะคิดอย่างไรอีก”
“คนอื่นๆ เขาจะคิดอย่างไรบ้าง”
ลูกเขาจะรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นเพื่อนร่วมคิดในการแก้ไขปัญหาชีวิตของเขา การถามนำลูกก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะนำความคิดเห็นไปสู่ลูก
คงเป็นไปไม่ได้ที่ลูกจะมีความคิดที่ถูกต้องเสมอไป แต่การบอกว่าความคิดของเขาผิดและของเราถูก จะทำให้ลูกเขาปิดปากไม่พูดอะไรอีก (แม้แต่เราผู้ใหญ่เองก็เหมือนกัน) วิธีนี้เรียกว่า “บอกลูก”
“น้องกระจิบ ลูกก็รู้อยู่แล้วว่าการเกลียวน้องสาวนั้นมันไม่ถูก ลูกควรละอายแก่ใจ ลูกควรจะรักน้อง” นี่ก็คือการ “บอกลูก” แต่ถ้าพูดเช่นนี้
“เออ ทำไมเด็กผู้ชายเขาต้องเกลียดน้องสาวนัก มันมีเหตุผลอะไรนะ”
“ก็น้องเอาแต่ใจ”
“พี่ชายควรจะทำอย่างไรดี นอกจากเกลียดน้องสาว”
นี่คือการปรึกษาหารือกัน เรายอมรับความคิดเห็นของน้องกระจิบที่เกลียดน้องสาว ไม่ต้องไปพูดถึงศีลธรรมจรรยาว่ามันดีหรือเลว มันมีอยู่แล้ว อะไรและทำไม ความคิดจากเด็กต่างหากเป็นสิ่งที่เราต้องการนำมาไตร่ตรอง
มีหลาย ๆ ท่านคิดว่า “การใช้จิตวิทยาแบบใหม่” คือการยอมแพ้เด็ก เลิกให้ผู้ใหญ่เป็นผู้นำเด็ก แต่ความจริงนั้นตรงกันข้าม ถ้าเราไม่สามารถจะนั่งพูดกับลูกถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเราไม่สามารถให้ลูก ๆ เขาแสดงความคิดเห็นของเขาและเราฟังเขาพูด นั่นแหละลูกเขาจะทำตามที่เขาอยากทำ และเราจะสูญสิ้นอิทธิพลหนือความประพฤติของเขา ความร่วมมือจากลูกนั้นเกิดจากการเอาชนะใจ ไม่ใช่จากการเรียกร้องบังคับ และวิธีที่ดีที่สุดที่จะได้ความร่วมมือคือการได้พูดคุยกันอย่างอิสระ ว่าแต่ละคนคิดอย่างไรและค้นหาร่วมกันว่าวิธีใดดีกว่าในการดำเนินการร่วมกัน
ที่มา : หนังสือเมื่อลูกท้าทายคุณ เล่ม 3
by Lukjeab's Mom in Children Trick