ทำใจให้เยือกเย็น

อย่าวิตกกังวลในตัวลูกเกินไปนัก พยายามคิดและศึกษาสถานการณ์ให้ดี เมื่อเข้าใจแล้วจะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ถูกต้อง

คุณแม่กังวลใจมาก น้องมะขามอายุสามขวบแล้ว ดูเหมือนจะเป็นโรคท้องผูกเรื้อรังตั้งแต่อายุได้เพียงหกเดือน คุณแม่ก็พยายามฝึกฝนให้ลูกถ่ายเป็นเวลา หัดให้ลูกถ่ายตามเวลาด้วยความลำบากเพราะลูกยังเล็กเกินไป บางทีคุณแม่ก็ต้องสวนให้ แต่ในขณะนี้คุณแม่ต้องสวนอุจจาระให้ลูกแทบทุกวัน

คุณแม่เป็นห่วงใยเกินไปในเรื่องการถ่ายอุจจาระของลูก ความห่วงใยต่อสุขภาพของลูกจนเกินควรนี้เอง ไปอำพรางความตั้งใจของคุณแม่ว่าจะให้ลูกถ่ายอุจจาระทุกครั้งที่ควรถ่าย กลายเป็นคุณแม่และลูกต่อสู้อำนาจกันขึ้นมา ลูกสาวไม่ยอมถ่ายอุจจาระเอง คุณแม่ก็ต้องสวนให้ คุณแม่ทำถูกที่ต้องเป็นห่วงกังวล เพราะคุณแม่เองไปรับผิดชอบเรื่องนี้แทนน้องมะขาม ลูกเลยไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อตัวเขาเอง ลูกเขาได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีที่จะให้อุจจาระมันพูดแทนตัวเขา และคงจะต้องมีชีวิตแบบนี้ไปตลอดชีวิต

คุณแม่ควรจะใจเย็น ๆ ปล่อยให้น้องมะขามไปถ่ายเองเมื่อรู้สึกปวด มันควรเป็นเรื่องของลูกที่ต้องห่วงใยตนเอง เมื่อลูกไม่จำเป็นต้องใช้การถ่ายอุจจาระเป็นการต่อต้านคัดค้านแล้ว ธรรมชาติของมันจะทำหน้าที่ของมันตามปกติ

ความวิตกกังวลและห่วงใยต่อลูกจนเกินไปนั้นไม่มีความจำเป็นเลย ยิ่งกว่านั้น ลูกเขาจะทราบและจะเอาเรื่องนี้มาเป็นเครื่องมือ เพื่อให้ได้การดูแลเอาใจใส่จากเรา อาจเป็นการสนับสนุน การต่อสู้เผชิญอำนาจ และเป็นทางแก้แค้นของลูกก็ได้ ความวิตกกังวลนั้นใช้ป้องกันเหตุร้ายไม่ได้ เราคงต้องแก้ไขเอาเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว วิธีช่วยตัวเราเองที่ดีที่สุดคือเชื่อมั่นในตัวลูกเรา ทำใจเย็น ๆ และใช้ความสามารถของเราแก้ไขสถานการณ์เมื่อจำเป็น

ที่มา : หนังสือ เมื่อลูกท้าทายคุณ เล่ม 3