เมื่อลูกเจี๊ยบปวดหัว แบบไม่มีไข้

วันพุธ ครูโทรบอกว่าลูกเจี๊ยบอ้วกตอนกินนมก่อนกลับบ้าน ครูพาไปพักที่ห้องพยาบาล กลับบ้านมา ลูกเจี๊ยบก็บอกว่าเวียนหัวก็ให้พักผ่อนกันไป เช้าวันพฤหัส ก็ยังคงเวียนหัวอยู่เลยให้หยุดพักก่อน ช่วงกลางวันกินข้าวได้น้อย มีอ้วกบ้าง เลยตัดสินใจพาไปหาหมอที่เกษมราษฎร์ ตอนเย็น หมอประจำที่เคยตรวจไม่ได้ตรวจที่นี่แล้ว ก็ตรวจกับคุณหมออีกท่านนึง ก็เล่าอาการไป หมอบอกว่ายังไม่แน่ชัด แม่ก็ถามว่าจะเป็นไมเกรน หรือเกิดจากสายตาได้หรือไม่ หมอก็บอกว่าน่าจะไปลองตรวจสายตาดูก็ได้ ซึ่งต้องไปตรวจที่ รพ ใหญ่ ๆ

หมอให้ยาพารากับยาแก้อาเจียนมา พร้อมกับผงเกลือแร่ กลับจากโรงพยาบาลถึงบ้าน ลูกเจี๊ยบก็อ้วกอีกรอบ ประมาณเหมือนเมารถ อ้วกเสร็จก็ดีขึ้นแต่ยังคงมีปวดหัว การปวดหัวของลูกเจี๊ยบ จะปวดที่ขมับเหมือนมีคนมาทุบอยู่ในหัว แม่ก็จะคอยถามว่ายังปวดตุบ ๆ หรือเปล่า ลูกเจี๊ยบก็ยังปวดอยู่ วันศุกร์ก็เลยให้หยุดพักต่อ กินยากันไป อาการก็ทรง ๆ

วันเสาร์ ลูกเจี๊ยบก็ยังเหมือน ๆ เดิม ยังปวดหัวปานกลาง จะมีอาการปวดมากขึ้นตอนเปลี่ยนจากนอนเป็นนั่ง ส่วนใหญ่ลูกเจี๊ยบก็เลยจะขอนอน ก็ให้พักกันไป แต่พอนอนก็ยังคุยเล่นร่าเริงดี แต่แม่ก็ยังกังวลไม่รู้สาเหตุ ตอนเย็นลูกเจี๊ยบอยากกินไอศครีม เลยพาไปกินแต่กินไปได้หน่อยเดียว ลูกเจี๊ยบก็หูอื้อ แต่ซักพักก็ดีขึ้นเดินเล่นนิดหน่อยก็กลับบ้านกัน แล้วก็ได้ชวนออกไปเดินเล่นในซอย ลูกเจี๊ยบก็ดูเหมือนจะดีขึ้นบ้างเล็กน้อย พอค่ำหน่อยก็ยังบ่นปวดหัวเหมือนเดิมอีก

วันอาทิตย์เช้าก็เลยคิดว่าจะพาไปหมอที่ไหนดี ได้โทรไปรบกวนคุณหมอคนเก่าซึ่งได้ย้ายไปตรวจที่เวชธานี แล้วก็ได้คำแนะนำคร่าว ๆ ว่าอาจจะต้องไปพบคุณหมอทางด้านระบบประสาท ลูกพี่ลูกน้องคุณพ่อที่เป็นหมอก็มีแนะนำว่าให้ไป รพ เด็กโดยเฉพาะ ซึ่งพอค้นทางเนตก็เจอ รพ เด็ก สมิติเวช ศรีนครินทร์นี่เอง ไม่ไกลนัก เลยไปกัน ไปถึงตอนแรกก็ยังงง ๆ ไปนั่งรอตั้งแต่ 9.30 โดยไม่รู้ว่าหมอจะลงตรวจตอนสิบโมง ตอนแรกเกือบจะไม่รอแล้ว แต่พอสิบโมงห้านาทีหมอก็มา

ก็ตรวจเบื้องต้นคร่าว ๆ แล้วจะส่งไปหาหมอเฉพาะทางระบบประสาท แต่พอดีวันนี้ไม่มีคิว เลยนัดเป็นวันจันทร์แทน คุณหมอให้ยาไอบูโรเฟนเพิ่มเติมให้กินหลังจากกินพารา 1 ชม ถ้ายังปวดหัวอยู่ แม่ก็คอยสอบถามอาการลูกเจี๊ยบเป็นระยะ หลังจากกินยาพาราและยาไอบูโรเฟน แต่เท่าที่บันทึกไม่ค่อยมีผลอะไรมากนัก ลูกเจี๊ยบยังปวดหัวปานกลาง ๆ เหมือนเดิม และเวลาเปลี่ยนจากนอนเป็นนั่งขึ้นก็จะกลัว ๆ เวียนหัวตลอด

เช้าวันจันทร์ อาการก็ยังทรง ๆ เหมือนเดิม ลูกเจี๊ยบกินข้าวได้น้อย 8 โมงนิด ๆ ก็ออกจากบ้านกันไปถึง รพ คุณหมอมีคนไข้อยู่ก่อนแล้ว เราก็นั่งรอกันไปนานพอสมควร คุณหมอคงตรวจละเอียดมาก นั่งรออยู่ครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ ได้ คนไข้คนแรกก็ออกมาเป็นนักเรียนน่าจะซักมัธยมเดินคอเอียงออกมา ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรคงเป็นเรื่องระบบประสาทอย่างหนึ่งเหมือนกัน พอเข้าไปพบคุณหมอแล้ว คุณหมอก็สอบถามอาการ คุณพ่อก็เล่าตั้งแต่ต้น หลังจากนั้นคุณหมอก็ทดสอบลูกเจี๊ยบหลายอย่างให้มองตาม ให้ออกแรงต้าน ฯลฯ

ซึ่งคุณหมอสรุปว่าลูกเจี๊ยบก็มีการตอบสนองปกติหมดทุกอย่างไม่น่ามีความผิดปกติทางสมองอะไร แต่ก็เป็นการตรวจเบื้องต้น และคิดว่าน่าจะส่งตรวจสายตา กับระบบหู เป็นลำดับต่อ ๆ ไป แต่พอลองสอบถามดูอยากรู้ชัด ๆ เกี่ยวกับสมอง เลยขอหมอทำซีทีสแกน ซึ่งก็ได้คิวก่อนเที่ยง ตอนแรกว่าจะขอไปกินข้าวก่อน แต่คุณหมอบอกอย่าเพิ่งกินดีกว่า เดี๋ยวไปอาเจียนตอนทำ เลยนั่งรอกันไป ลูกเจี๊ยบก็คงเวียนหัวด้วยกลัวด้วย ก่อนจะเข้าห้องสแกน ลูกเจี๊ยบก็อ้วกไป 1 รอบ มีน้ำย่อยออกมาด้วย

พอเข้าไปห้องสแกน ลูกเจี๊ยบค่อนข้างกลัวมาก ส่ายหน้าจะไม่ทำ แม่ก็ปลอบไปว่าแม่อยู่ด้วยจับมือไว้ตลอด เจ้าหน้าที่ก็เอาชุดกันรังสีมาให้แม่ใส่ ลูกเจี๊ยบก็ใส่ด้วย แล้วเราก็เริ่มสแกนกันเลย ไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จ เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ให้มานั่งรอหน้าห้อง ให้หมอเช็คฟิล์มก่อน เดาว่าถ้าไม่เรียบร้อยอาจจะต้องไปสแกนใหม่ รอกันไปเครียดกลัวมีผลอะไร แต่ซักพักเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเรียบร้อย ไปรอพบหมอประสาทต่อ เราก็เลยลงไปกินข้าวกันก่อน แต่ก็เครียด ๆ กัน ที่ศูนย์อาหารก็ไม่ค่อยมีอาหารอะไรมากนัก ลูกเจี๊ยบก็บอกว่าไม่อยากกิน แม่ก็เลยให้ลองกินขนมขาไก่ไป พอกินไปซักพักก็เริ่มติดพันกินไปโม้ไปได้ แต่ก็ไม่อยากกินข้าวเหมือนเดิม พอกินกันเสร็จช่วงเที่ยงกว่า ๆ ก็ไปรอหมอหน้าห้องเดิม รู้สึกคุณหมอจะไปทานข้าว แต่ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยถามคอยตามให้ตลอด ระหว่างรอก็ไปเดินเล่นกันบ้าง ขึ้นลงบันไดเลื่อน พอหมอมาก็เข้าไปฟังผลกัน คุณหมอก็ให้ดูรูปสแกนและอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ สรุปว่าไม่พบอะไรผิดปกติ ก็เลยโล่งใจกันไป แต่เนื่องจากพ่อกับแม่ลางานกันมาทั้งวันแล้ว เลยถามว่าจะขอตรวจสายตาเลยได้หรือเปล่า ปรากฎว่าเช็คแล้วก็ได้ เลยเดินไปส่วนที่ตรวจสายตากัน ตอนแรกนึกว่าจะต้องหยอดตาอะไร แต่ก็เห็นให้ไปลองวัดสายตา เปลี่ยนเลนส์อ่านตัวเลข ตัวอักษร ตามปกติ

ลูกเจี๊ยบก็อ่าน ๆ กลัว ๆ บ้าง มึน ๆ บ้าง จนเจ้าหน้าที่งงไปบ้างเหมือนกัน แม่ก็เข้าใจทั้งเจ้าหน้าที่และเจี๊ยบก็จะคอยบอกว่า ให้ตอบมาลองเดาก็ได้ ไม่ต้องกลัวตอบผิดคิดว่าคล้าย ๆ อะไร อันไหนมองไม่ชัดเลย ก็ให้บอก ก็เช็คกันอยู่นาน แล้วก็มาพบกับคุณหมออีกครั้ง คุณหมอก็ทำการทดสอบอีกเล็กน้อย แล้วก็มีการเปลี่ยนเลนส์ที่แผงให้อ่านตัวเลขกันอีกรอบ สรุปผลออกมาเป็น สายตาเอียง ด้านซ้าย 100 ด้านขวา 150

คุณหมอก็มีถามว่าเวลาลูกเจี๊ยบอ่านอะไรมองอะไรมีเอียงคอมั้ย แต่ก็บอกไม่มี แต่มานึกอีกทีตอนกลับบ้านแล้วว่าเวลาดูทีวี ลูกเจี๊ยบนอนดูบางทีนอนเอียง ๆ ดูจริง ๆ ด้วย คุณหมอก็ถามว่าจะรับแว่นไปเลยมั้ย มีการให้ลองใส่เลนส์ตามสายตาที่วัดแล้วจะให้ลูกเจี๊ยบลองเดินดูก่อน แต่ลูกเจี๊ยบเองก็ยังเวียนหัวอยู่ แม่ก็เลยว่าไว้นัดใหม่ วันที่มาพบหมอประสาทเสาร์หน้าอีกที ดีกว่า รอให้หายก่อน จะได้ไม่งงถ้าใส่แว่นใหม่ ๆ แล้วเวียนหัวอีก

เสร็จแล้วเราก็ไปจ่ายตังค์กันแล้วก็กลับบ้าน ลูกเจี๊ยบก็เหนื่อยกันมาทั้งวัน เรื่องปวดหัวก็ยังทรง ๆ คุณหมอทางด้านประสาทให้ยาเม็ดแก้เวียนหัวมา ก่อนนอนก็จะหัดให้กินแต่ก็ยังไม่สำเร็จ ลูกเจี๊ยบยังกลัว ๆ ว่าจะกลืนยังไง ก็เลยเคี้ยว ๆ เอาหน่อย แล้วรีบกินน้ำตาม เช้าวันอังคารก็เลยให้หยุดต่ออีก ซึ่งพอตอนเย็นก็ปรากฎว่าลูกเจี๊ยบเดินไปเดินมาบอกหายแล้ว พรุ่งนี้ไปโรงเรียนไหว ก็โล่งใจกันไป เห็นว่าตอนกลางวันไปเล่นเปียโนหลายรอบ คงสบายใจ ไว้เสาร์หน้าก็คงไปฟังสรุป แล้วก็ตัดแว่นกัน