อย่าตะโกนไล่แมลงวัน

การออกคำสั่ง ดุว่า คือการตะโกนไล่แมลงวัน ลูกจะทำหูทวนลม ทั้งอาจเป็นความประสงค์ของลูกเพื่อยั่วคุณพ่อคุณแม่ ถ้าระงับโทสะไม่ได้ก็จะกลายเป็นลงไม้ลงมือ ทำให้ความสมัครสมานกันในครอบครัวเสียไป

คุณแม่เข็นรถน้ององุ่นอายุเกือบ 2 ขวบแล้วไปตามถนน แม่หนูยื่นเท้าออกมาแล้วเอาส้นเท้าไถไปกับพื้นทางเท้า

“อย่า ๆ น้ององุ่น” แม่หนูหดเท้าขึ้นมาบนที่วางเท้า อีกไม่กี่นาทีก็ยื่นเท้าออกมาไถพื้นทางเท้าอีก ทุกครั้งคุณแม่จะบอก

“อย่า ๆ น้ององุ่น” ในที่สุดคุณแม่โกรธ ก้มลงเอามือตีขา น้ององุ่นดังเผียะใหญ่

“แม่บอกว่าอย่าทำอย่างนั้น” คุณแม่ส่งเสียงดุ น้ององุ่น จึงเอาขาขึ้นตลอดทางที่คุณแม่เข็นรถไป

“น้องฮูกตื่นเถอะสายแล้ว” คุณแม่ตะโกนเรียกลูกชาย ขณะที่กำลังทำอาหารเช้า

“น้องฮูกเร็ว ๆ เข้า” เธอเรียกซ้ำเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง จนในที่สุดเดินไปที่ประตูห้องนอนและพูดดัง ๆ

“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ได้ยินไหม” นั่นแหละน้องฮูกจึงลุกขึ้นกระวีกระวาดมาที่โต๊ะอาหาร

ตัวอย่างต่าง ๆ ที่เล่ามานี้ คือลูกเขายั่วพ่อแม่ให้มีปฏิกิริยาโกรธ และ “ตะโกนไล่แมลงวัน” เมื่อเราโกรธที่ลูกประพฤติไม่ดี ก็มักจะพยายามปัดเป่าไปด้วยคำพูด เช่น “อย่าทำ” “หยุดนะ” “อย่าๆ” “เร็ว ๆ” “เงียบเดี๋ยวนี้” และอื่น ๆ อีกมาก เหมือนเราพยายามปัดแมลงวันที่มาตอมรบกวน

ตัวอย่างที่เล่ามานี้จะเห็ฯว่าลงท้ายคุณพ่อคุณแม่โกรธและลงมือลงไม้ใช้กำลัง ที่จริงก็เป็นปฏิกิริยาธรรมดาของเรานั่นแหละ แต่เรานำมาใช้ฝึกอบรมลูกไม่ได้ผล และอาจกลายเป็นการสอนลูกให้เชื่อว่า ยังไม่จำเป็นต้องฟังเราจนกว่าเราจะใช้กำลัง ซึ่งไม่ใช่ความต้องการของเราเลย เราจำเป็นต้องเฝ้าดูว่าเรากำลังทำอะไร ขณะที่เราห่วงใยในความประพฤติของลูก ปฏิกิริยา “ตะโกนไล่แมลง” คือการตอบสนองของเราต่อความต้องการของลูก ลูกต้องการความเอาใจใส่จากเรา

การที่เราดุว่าลูกไปตามเรื่องย่อมไม่มีความหมายสำหรับลูก และไม่มีค่าสำหรับเราด้วย เพราะเราต้องการผลมากกว่าการแสดงความเอาใจใส่เขาในเมื่อเขาประพฤติไม่ดี ถ้าเราต้องการให้ลูกหยุดกระทำสิ่งใดหรือให้เขาเชื่อฟังระเบียบ เราจำเป็นต้องเอาใจใส่ในเรื่องระเบียบตั้งแต่ต้นอย่างเต็มที่ และจะยืนหยัดอยู่จนกระทั่งความต้องการของเราได้รับความสำเร็จ

บางครั้งก็เพียงต้องการเวลาบ้างในการฝึกฝนลูก คุณแม่น้ององุ่นก็เพียงแต่หยุดเข็นรถเมื่อลูกแหย่เท้าออกมาไถพื้น ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลย น้ององุ่นจะเข้าใจและเอาเท้าขึ้นไว้บนที่วาง ถ้าเธออยากจะนั่งรถเข็นไปเที่ยวกับคุณแม่ ความมั่นคงอย่างเงียบ ๆ ของคุณแม่จะเป็นวิธีฝึกฝนลูกที่ได้ผลยิ่งกว่าการบอกลูกว่าอย่าซ้ำ ๆ เรื่อยไป และลงเอยด้วยการตีลูกเผียะใหญ่

ในครั้งต่อ ๆ ไปจะได้ผลดีกว่าโดยใช้ผลจากการกระทำตามเหตุผล คุณแม่ของน้องฮูกอาจอธิบายให้ลูกฟังว่าเธอจะไม่สนใจต่อไปอีกแล้ว ว่าลูกจะมาถึงโต๊ะอาหารตามเวลาหรือไม่ และต่อไปก็ขอให้เป็นเรื่องของลูก

ถ้าเราหยุดใช้คำพูด หยุดใช้กำลัง น้องฮูกจะเข้าใจได้ว่าคุณแม่เอาจริงตามที่พูด ให้เป็นหน้าที่ของลูกว่าจะได้กินอาหารเช้าทันเวลาหรือต้องไปโรงเรียนโดยไม่ได้กิน คุณแม่ไม่สามารถบังคับน้องฮูกให้เปลี่ยนนิสัยด้วยการบ่นว่า เขาคงทำเป็น “หูหนวกเสียงคุณแม่” หรือหูทวนลมนั่นเอง

ที่มา : หนังสือ เมื่อลูกท้าทายคุณ เล่ม 2