หัดให้ลูกรักษากิจวัตร

กิจวัตรที่ต้องประพฤติปฏิบัติสม่ำเสมอ เป็นการฝึกฝนให้เด็กเตรียมพร้อมไปในทิศทางที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิตและเข้าสู่สังคมภายนอกอย่างถูกต้อง

คุณพ่อนั่งที่โต๊ะอาหารเช้าพลางถามว่า “น้องแป้งอยู่ไหนล่ะ”
“วันนี้ ลูกคงนอนตื่นสาย” คุณแม่ตอบ
“ทำไมหรือ”
“เมื่อคืนนี้น้องแป้งอยู่ดึก แกอยากคอยพบพ่อก่อนเข้านอน”
“ก็พ่อบอกแม่แล้วนี่นาว่าพ่อต้องกลับดึก”
“แม่รู้ อธิบายให้ฟังแล้ว แกก็ไม่ยอมฟัง นั่งคอยพ่ออยู่จนกระทั่งหลับไปเอง”
“แล้วไม่ไปโรงเรียนหรือวันนี้”
“โธ่พ่อ แกเพิ่งอยู่ชั้นอนุบาล แม่จะเขียนจดหมายไปบอกครูเช้านี้”
“แต่แม่ พ่อคิดว่าลูกจำเป็นต้องเรียนรู้กฎเกณฑ์บ้าง”
“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ น้องแป้งยังไมีเวลาที่จะเรียนรู้กฎเกณฑ์อีกมากมาย ลูกยังตัวเล็กนิดเดียว

ที่จริงคุณพ่อเป็นฝ่ายถูก น้องแป้งจำเป็ฯต้องมีกฎเกณฑ์กิจวัตรที่ต้องปฏิบัติ กิจวัตรของเด็กเปรียบเหมือนฝาผนังของบ้าน เป็นการสร้างขอบเขตของชีวิตเด็ก ไม่มีเด็กคนใดจะรู้สึกสะดวกสบายใจถ้าเขาไม่ทราบขอบเขตหรือกิจวัตรของตน

กิจวัตรประจำวันทำให้เด็กทราบว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง เกิดความรู้สึกมั่นคงและมั่นใจ เมื่อชีวิตเป็นระบบจะทำให้เกิดความรู้สึกรักความมีระเบียบอันเป็นพื้นฐานแห่งอิสรภาพ

การปล่อยให้น้องแป้งมี “อิสรภาพ” ที่จะนอนดึกเป็นการทำลายสิทธิ์ที่เด็กควรได้รับการพักผ่อน เมื่อตื่นสายก็ทำให้กิจกรรมวันรุ่งขึ้นต้องเรรวน ไปตัดสิทธิ์ให้เด็กไม่ได้ไปรับประสบการณ์ที่โรงเรียน เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ “อิสรภาพ” แต่เป็นอภิสิทธิ์

น้องแป้งจะไม่อยู่ในสภาพที่จะพัฒนาภูมิปัญญาในการตัดสินใจ และคุณแม่เป็นผู้ทำให้ลูกเสื่อมลงด้วยการยินยอมให้ลูกไม่ต้องไปโรงเรียน

น้องแป้งก็เช่นเดียวกับเด็กทั่ว ๆ ไป ต้องการมีความสุขด้วยการทราบข้อจำกัดและขอบเขตแห่งความประพฤติของตน เด็กต้องการทราบว่าเขาทำอะไรได้บ้าง ไปได้ไกลแค่ไหน

อาจมีบางโอกาสที่กิจวัตรของเราต้องเปลี่ยนแปลงได้บ้างตามเหตุการณ์ แต่ต้องเป็นเพียงข้อยกเว้นไม่ใช่ตัวระเบียบ และต้องไม่ทำไปเพื่อความสะดวกสบายของคุณพ่อคุณแม่หรือเพื่อการตามใจลูก

ที่มา : หนังสือ เมื่อลูกท้าทายคุณ เล่ม 2