ไม่เข้าไปแทรกแซงในเรื่องของลูก

ความสัมพันธ์ของลูกกับคุณพ่อ คุณย่า คุณยายหรือคุณครู ลูกเขาจัดและปรับตัวเองได้ การตัดสินใจต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกันให้ลูกหัดคิดหาเหตุผลและปฏิบัติเพื่อเป็นบทเรียนสำคัญของชีวิต

น้องเต้ร้องดังลั่น วิ่งเข้าไปในครัว “คุณแม่ครับ คุณพ่อตีหนู” พ่อหนูพูดพลางสะอื้นพลาง คุณแม่วางมือจากงานที่ทำเอามือโอบและปลอบโยนลูก
“มีเรื่องอะไรหรือลูก”
“คุณพ่อบอกว่าหนูพูดอวดดีเลยเฆี่ยนหนู”
“ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวแม่จะจัดการให้ หยุดร้องไห้เสียคนดี”
พอน้องเต้หยุดร้อง คุณแม่ก็ไปที่โรงรถซึ่งคุณพ่อกำลังทำงานอยู่ คุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกัน คุณแม่บอกว่า (บอกร้อยครั้งแล้ว) เธอไม่เห็นด้วยที่จะต้องเฆี่ยนตีลูก คุณพ่อบอกว่าน้องเต้ก็เป็นลูกเขาเหมือนกัน และเมื่อคุณพ่อบอกให้น้องเต้เอารถจักรยานไปเก็บ ไม่ได้หวังว่าลูกจะพูดจาอวดดี น้องเต้ยืนฟังเหตุการณ์ด้วยความกระหยิ่มใจ

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองคนก็เป็นเรื่องของเขาทั้งสอง ความสัมพันธ์ระหว่งน้องเต้กับคุณพ่อก็เป็นเรื่องของพ่อกับลูก ไม่ใช่ธุระของคุณแม่จะต้องไปควบคุมความสัมพันธ์นั้น ๆ วิธีที่ดีที่สุด ถ้าหากพ่อลูกชายมาหาคุณแม่เพื่อฟ้องเรื่องคุณพ่อ คุณแม่อาจพูดว่า “แม่เสียใจด้วยลูก ถ้าไม่อยากให้คุณพ่อเฆี่ยน ลูกน่าจะรู้วิธีป้องกันได้”

น้องเปิ้ลอายุเจ็ดขวบแล้ว เป็นหลานสาวคนเดียว คุณย่าหลงใหลหลานสาวมาก ทุ่มเทของขวัญมากมายทุกโอกาสทุกวันสำคัญ ส่วนคุณพ่อคุณแม่จะให้ของขวัญแต่เพียงในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสมและเป็นประโยชน์

น้องเปิ้ลได้ของขวัญจากคุณย่าหกชิ้นในวันเกิดและถึงสิบชิ้นในวันปีใหม่ เธอแกะห่อของขวัญของคุณพ่อคุณแม่ขอบคุณและแสดงความดีอกดีใจเป็นธรรมดา พอเปิดห่อของขวัญชิ้นสุดท้ายของคุณย่า น้องเปิ้ลบ่นว่า “เท่านั้นเองหรือ”

หลายวันต่อมาคุณแม่ไปพบว่าน้องเปิ้ลเอาดินสอเทียนสีแดงทำเครื่องหมายไว้บนวันต่าง ๆ ที่เธอหวังว่าจะได้ของขวัญในปฏิทินของเธอ

คุณแม่ไม่สบายใจในความคิดโลภอยากแต่จะได้ของลูกสาว จึงได้พูดกับคุณพ่อขอให้คุณย่าจำกัดจำนวนของขวัญหลานเสียบ้าง คุณพ่อปฏิเสธที่จะทำตามเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องไม่มีเหตุผล จึงได้มีการโต้เถียงกันรุนแรง คุณแม่คิดว่าคุณย่าไปทำให้น้องเปิ้ลเสียเด็กอย่างหนัก

คุณแม่ผู้น่าสงสาร เธอไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยว่าเธอก็มีอิทธิพลต่อลูกและเธอมองเห็นอันตรายนั้นใหญ่โตเกินกว่าความเป็นจริง ในเมื่อคุณแม่และคุณพ่อได้ให้ของขวัญแก่ลูกตามความเหมาะสมแก่กรณี น้องเปิ้ลก็มิได้แสดงว่าเป็นเด็กโลภมากเห็นแก่ได้อะไร แต่เกี่ยวกับคุณย่า คุณแม่ไม่มีสิทธิ์ไปควบคุมว่าคุณย่าจะทำอะไร ไม่ใช่เรื่องอะไรของคุณแม่ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณย่ากับน้องเปิ้ลก็เป็นเรื่องของเขาสองคน

ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณแม่ควรมั่นใจได้ว่าบรรยากาศภายในบ้านที่มีการแลกเปลี่ยนของขวัญกันตามธรรมดานั้น ย่อมจะเป็นธรรมเนียมต่อต้านความใจดีของคุณย่าได้ แต่ประการสำคัญที่เด็กควรจะเรียนรู้คือ ไม่ใช่แต่รับหากต้องรู้จักให้ของขวัญด้วย น้องเปิ้ลต้องหัดจำวันเกิดของคุณย่า และถ้าดีกว่าคือต้องทำของขวัญให้คุณย่าในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ และที่สำคัญคือคุณแม่จะต้องไม่ไปแตะต้อง ปล่อยให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้องเปิ้ลกับคุณย่าเป็นไปตามปกติ

เด็กทุกคนมีชีวิตเกี่ยวกันกับภาวะแวดล้อมซึ่งรวมทั้งผู้ใหญ่ด้วย นอกจากพ่อแม่ ยังมีคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย และญาติอื่น ๆ ซึ่งธรรมดาก็อยู่ใกล้ชิด ห่างออกไปก็มีเพื่อนบ้าน เพื่อนของคุณพ่อคุณแม่ ครู และก็อาจกว้างออกไปเป็นคนอื่น ๆ ในชุมชน

ลูกของเราเขาเป็นบุคคลคนหนึ่งเช่นเรา และจำเป็นต้องพัฒนาความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขาเองต่อทุก ๆ คนที่เขาได้รู้จัก ลูกของเราจำเป็นต้องได้รับประสบการณ์จากการรู้จักกับบุคคลต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้เข้าใจและประเมินค่าบุคคลที่เขาติดต่อด้วย เป็นหน้าที่ของเราที่จะเฝ้าหาโอกาสสนับสนุนให้เด็กได้ประเมินค่าในเรื่องเหล่านี้ให้ถูกต้อง

ที่มา : หนังสือ เมื่อลูกท้าทายคุณ เล่ม 3