เตรียมใจให้ลูกไปโรงเรียน
เด็กหลายคนเห็นพี่ ๆ หิ้วกระเป๋าไปโรงเรียนก็อยากจะไป อยากจะเอาอย่างพี่ ๆ บ้าง แต่พอไปเข้าจริง ๆ จะรู้สึกกลัว ตกใจ เพราะต้องแยกจากพ่อแม่ไปอยู่ในสถานที่แปลกใหม่ แวดล้อมด้วยผู้คนที่ยังไม่คุ้นเคย คุณพ่อคุณแม่จึงมีหน้าที่สำคัญที่จะต้องเตรียมอกเตรียมใจให้ลูก เมื่อลูกไปโรงเรียนวันแรก จะเป็นวันที่ลูกประทับใจ แม้จะเสียน้ำตากันบ้างก็ตาม
1. เล่าเรื่องโรงเรียนให้ลูกฟังบ่อย ๆ พูดถึงเพื่อน ถึงคุณครูใจดี ถึงของเล่นที่ลูกจะได้ไปเล่นที่โรงเรียน
2. หาหนังสือภาพหรือนิทานน่ารักเกี่ยวกับการไปโรงเรียนมาอ่านให้ลูกฟัง
3. อย่าเอาคำว่า โรงเรียนหรือคุณครู มาขู่ลูกเมื่อลูกทำผิด เช่น “อย่าดื้อนะ ถ้าไม่เชื่อจะจับส่งโรงเรียนเลย” เพราะคำพูดประเภทนี้จะทำให้ลูกกลัวโรงเรียน คิดว่าการไปโรงเรียนคือการทำโทษ
4. หากคุณแม่เพิ่งคลอดน้องคนใหม่ อย่าเพิ่งส่งลูกไปโรงเรียนในช่วงนั้น เพราะลูกจะคิดได้ว่า ที่ต้องไปโรงเรียนเพราะแม่ไม่รักเขาแล้ว ควรรอเวลาไปอีกสักเทอม หรือจนกว่าลูกจะมีความมั่นใจในความรักของแม่
5. หากลูกแสดงอาการอิดออดงอแง บอกว่ายังไม่อยากจะไปโรงเรียน อย่าดุว่า หรือทำโทษลูก แต่ควรพูดคุยปลอบโยน พูดถึงสิ่งดี ๆ ที่ลูกจะได้รับจากการไปโรงเรียน
6. หากตัดสินใจได้ว่าจะให้ลูกเรียนที่ไหน ควรพาลูกไปโรงเรีนก่อนเปิดเทอม เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับโรงเรียน ได้สวัสดีคุณครู ได้ลเนในสนามเด็กเล่น เพื่อว่าเมื่อถึงวันแรกที่เปิดเทอม ลูกจะได้รู้สึกคุ้นเคยไม่ตื่นกลัวต่อสิ่งใหม่ ๆ

ฝึกระเบียบวินัย
เมื่อไปโรงเรียนลูกต้องทำตามกฎเกณฑ์ของห้อง จึงควรฝึกลูกเสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนดังนี้
1. ให้ลูกนอนแต่หัวค่ำ ไม่ดูโทรทัศน์จนดึก หัดตื่นแต่เช้า และนอนพักในช่วงบ่าย
2. ให้กินอาหารเป็นเวลา ขณะกินต้องไม่เล่น และเมื่อกินเสร็จแล้วต้องรู้จักยกจานอาหารไปเก็บ
3. ให้ลูกถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา โดยเฉพาะตอนเช้าหลังจากตื่นนอนแล้ว
4. เมื่อถอดเสื้อผ้า ถุงเท้ารองเท้า ให้นำไปใส่ในตะกร้าซัก หรือจัดวางให้เรียบร้อย

ฝึกรับประทานเอง
1. ผู้ใหญ่ต้องใจแข็ง เลิกตามตื๊อตามป้อน หรือให้รางวัลล่อเพื่อให้เด็กกินอาหาร
2. เมื่อถึงเวลาให้เรียกมารับประทานที่โต๊ะอาหาร ถ้าเด็กยังไม่กินให้เก็บไปก่อน ถ้าหิวเด็กจะมารับประทานเอง
3. ให้เด็กได้รับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ เพื่อจะได้เห็นบรรยากาศของการช่วยตัวเองขณะรับประทาน ได้เห็นว่าผู้ใหญ๋หรือพี่ ๆ กินได้ทุกอย่าง ไม่เลือกกิน
4. เชิญเด็กคนอื่น ๆ เช่นลูกของเพื่อนบ้าน หรือลูกของญาติพี่น้องมารับประทานอาหารที่บ้านบ้าง เพื่อลูกจะได้เห็นแบบอย่างที่ดี (แต่ต้องเลือกเด็กที่กินเก่ง ช่วยตัวเองได้ดี)
5. ภาชนะที่ใส่หรือตักอาหารต้องเหมาะกับตัวเด็ก เช่น ช้อนส้อมคู่เล็ก จานชามก้นลึกและปากจานกว้าง เวลาตักจะได้ไม่หกง่าย
6. ยอมให้ลูกทำอาหารหกเลอะเทอะบ้าง กินได้บ้าง ไม่ได้บ้างไปก่อน อย่าด่วนไปดุว่า ลูกจะได้ค่อย ๆ ฝึกหัดและไม่เสียกำลังใจ
7. ให้ลูกได้หัดรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพราะที่โรงเรียนลูกจะเลือกรับประทานเฉพาะที่ลูกชอบเป็นพิเศษเหมือนเวลาอยู่บ้านไม่ได้

ที่มา : หนังสือ เตรียมลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล
14 Nov 2007 No Comments
เตรียมใจให้ลูกไปโรงเรียน ฝึกระเบียบวินัย
เตรียมใจให้ลูกไปโรงเรียน
เด็กหลายคนเห็นพี่ ๆ หิ้วกระเป๋าไปโรงเรียนก็อยากจะไป อยากจะเอาอย่างพี่ ๆ บ้าง แต่พอไปเข้าจริง ๆ จะรู้สึกกลัว ตกใจ เพราะต้องแยกจากพ่อแม่ไปอยู่ในสถานที่แปลกใหม่ แวดล้อมด้วยผู้คนที่ยังไม่คุ้นเคย คุณพ่อคุณแม่จึงมีหน้าที่สำคัญที่จะต้องเตรียมอกเตรียมใจให้ลูก เมื่อลูกไปโรงเรียนวันแรก จะเป็นวันที่ลูกประทับใจ แม้จะเสียน้ำตากันบ้างก็ตาม
1. เล่าเรื่องโรงเรียนให้ลูกฟังบ่อย ๆ พูดถึงเพื่อน ถึงคุณครูใจดี ถึงของเล่นที่ลูกจะได้ไปเล่นที่โรงเรียน
2. หาหนังสือภาพหรือนิทานน่ารักเกี่ยวกับการไปโรงเรียนมาอ่านให้ลูกฟัง
3. อย่าเอาคำว่า โรงเรียนหรือคุณครู มาขู่ลูกเมื่อลูกทำผิด เช่น “อย่าดื้อนะ ถ้าไม่เชื่อจะจับส่งโรงเรียนเลย” เพราะคำพูดประเภทนี้จะทำให้ลูกกลัวโรงเรียน คิดว่าการไปโรงเรียนคือการทำโทษ
4. หากคุณแม่เพิ่งคลอดน้องคนใหม่ อย่าเพิ่งส่งลูกไปโรงเรียนในช่วงนั้น เพราะลูกจะคิดได้ว่า ที่ต้องไปโรงเรียนเพราะแม่ไม่รักเขาแล้ว ควรรอเวลาไปอีกสักเทอม หรือจนกว่าลูกจะมีความมั่นใจในความรักของแม่
5. หากลูกแสดงอาการอิดออดงอแง บอกว่ายังไม่อยากจะไปโรงเรียน อย่าดุว่า หรือทำโทษลูก แต่ควรพูดคุยปลอบโยน พูดถึงสิ่งดี ๆ ที่ลูกจะได้รับจากการไปโรงเรียน
6. หากตัดสินใจได้ว่าจะให้ลูกเรียนที่ไหน ควรพาลูกไปโรงเรีนก่อนเปิดเทอม เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับโรงเรียน ได้สวัสดีคุณครู ได้ลเนในสนามเด็กเล่น เพื่อว่าเมื่อถึงวันแรกที่เปิดเทอม ลูกจะได้รู้สึกคุ้นเคยไม่ตื่นกลัวต่อสิ่งใหม่ ๆ
ฝึกระเบียบวินัย
เมื่อไปโรงเรียนลูกต้องทำตามกฎเกณฑ์ของห้อง จึงควรฝึกลูกเสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนดังนี้
1. ให้ลูกนอนแต่หัวค่ำ ไม่ดูโทรทัศน์จนดึก หัดตื่นแต่เช้า และนอนพักในช่วงบ่าย
2. ให้กินอาหารเป็นเวลา ขณะกินต้องไม่เล่น และเมื่อกินเสร็จแล้วต้องรู้จักยกจานอาหารไปเก็บ
3. ให้ลูกถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา โดยเฉพาะตอนเช้าหลังจากตื่นนอนแล้ว
4. เมื่อถอดเสื้อผ้า ถุงเท้ารองเท้า ให้นำไปใส่ในตะกร้าซัก หรือจัดวางให้เรียบร้อย
ฝึกรับประทานเอง
1. ผู้ใหญ่ต้องใจแข็ง เลิกตามตื๊อตามป้อน หรือให้รางวัลล่อเพื่อให้เด็กกินอาหาร
2. เมื่อถึงเวลาให้เรียกมารับประทานที่โต๊ะอาหาร ถ้าเด็กยังไม่กินให้เก็บไปก่อน ถ้าหิวเด็กจะมารับประทานเอง
3. ให้เด็กได้รับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ เพื่อจะได้เห็นบรรยากาศของการช่วยตัวเองขณะรับประทาน ได้เห็นว่าผู้ใหญ๋หรือพี่ ๆ กินได้ทุกอย่าง ไม่เลือกกิน
4. เชิญเด็กคนอื่น ๆ เช่นลูกของเพื่อนบ้าน หรือลูกของญาติพี่น้องมารับประทานอาหารที่บ้านบ้าง เพื่อลูกจะได้เห็นแบบอย่างที่ดี (แต่ต้องเลือกเด็กที่กินเก่ง ช่วยตัวเองได้ดี)
5. ภาชนะที่ใส่หรือตักอาหารต้องเหมาะกับตัวเด็ก เช่น ช้อนส้อมคู่เล็ก จานชามก้นลึกและปากจานกว้าง เวลาตักจะได้ไม่หกง่าย
6. ยอมให้ลูกทำอาหารหกเลอะเทอะบ้าง กินได้บ้าง ไม่ได้บ้างไปก่อน อย่าด่วนไปดุว่า ลูกจะได้ค่อย ๆ ฝึกหัดและไม่เสียกำลังใจ
7. ให้ลูกได้หัดรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพราะที่โรงเรียนลูกจะเลือกรับประทานเฉพาะที่ลูกชอบเป็นพิเศษเหมือนเวลาอยู่บ้านไม่ได้
ที่มา : หนังสือ เตรียมลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล
by Lukjeab's Mom in Children Trick