หลังจากหายไข้และน้ำมูกแล้ว วันจันทร์เลยให้ไปเรียนตามปกติ โทรไปถามครูปรากฎว่า มีน้ำมูกไหลสีเขียวข้น ๆ ด้วย ตอนแรกแม่เข้าใจว่าพอน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเขียวข้นขึ้นนี่คือใกล้จะหายแล้ว พอตอนเย็นกลับมาบ้านลูกเจี๊ยบก็ไม่มีน้ำมูกเลย ก็ยังงง ๆ หรือว่าแอร์ที่โรงเรียนจะเย็น วันอังคารไปโรงเรียนถามครูก็มีน้ำมูกอีก
ก็ได้คุยกับแม่ ๆ ด้วยกัน และหาข้อมูลว่าน้ำมูกสีเขียวแสดงว่ามีการติดเชื้อ ถ้าไม่รักษาเชื้ออาจจะลงไปที่ปอด เดี๋ยวไปกันใหญ่ วันนี้ได้สมุดสื่อสารมาด้วย ก็ยังไม่มีอะไรมาก ครูเขียนสรุปแค่ให้กรอกเบอร์โทรติดต่อที่ปกด้านหน้าเท่านั้น

เย็นวันอังคารเลยตัดสินใจ พาลูกเจี๊ยบไปหาหมอ ไปถึง รพ.ประมาณ 6 โมงเย็น วัดไข้ทางหูได้ 37.5 แม่ก็บอกพยาบาลให้ลองวัดใหม่ พยาบาลก็กดเครื่องอยู่แป็ปนึงแล้วก็เอาเครื่องเก็บ หันไปเอาปรอทมาให้วัดที่รักแร้แทน ก็ต้องจับให้ลูกเจี๊ยบหนีบไว้ เพราะลูกเจี๊ยบไม่เคยวัดแบบนี้เลย ผลวัดได้ 37 องศา น้ำหนัก 14.5 กก. ก่อนออกจากห้องก็เลยแวะวัดส่วนสูงซักหน่อย ลูกเจี๊ยบใส่รองเท้าแตะ วัดได้เลย 100 ไปนิด ๆ ถ้าถอดคิดว่าคงจะ 100 ซม. พอดี

พอถึงเวลาตรวจ ลูกเจี๊ยบก็ให้ความร่วมมือดีมาก คุณหมอก็ถามประวัติการเป็นหวัด แม่ก็เล่า ๆ ให้ฟัง หมอก็ตรวจหน้าอก ตรวจด้านหลัง ให้อ้าปากดูคอ แล้วก็ขอตรวจดูจมูก หมอบอกว่าจมูกแดงเล็กน้อย คุณหมอถามเรื่องการนั่งรถตู้ไปโรงเรียนด้วยว่านานมั้ย ถ้าลดได้ก็ดีเพราะมันทำให้มีโอกาสในการติดเชื้อได้มาก
คุณหมอมีถามลูกเจี๊ยบด้วยว่าปวดตรงเหนือจมูกหรือเปล่า ถ้าปวดอาจจะเป็นพวกไซนัสได้ ลูกเจี๊ยบก็ตอบไม่ปวด หมอบอกจะให้ยาฆ่าเชื้อมา อีก 2 วัน คงดีขึ้น สรุปหมอก็ให้ยามา 3 ขวด แก้อักเสบ Zithromax กินก่อนอาหารตอนเช้า ส่วน คัดจมูก Maxiphed แก้เสมหะ Fluifort กินหลังอาหารเช้าเย็น ค่ายา 570 ค่าพยาบาล 60 ค่าบริการทางการแพทย์ 60 ค่าหมอ 200

ยาแก้อักเสบให้ผสมน้ำ 9 ml แล้วจะได้ยา 15 ml ให้กินวันละ 4 ml ยานี้กินยากนิดหน่อยลูกเจี๊ยบบอกว่าเปรี้ยว และยาก็ข้น ๆ ต้องจิบไป กินน้ำไป อ้อมีเรื่องการเปิดขวดยาแก้อักเสบ ก็ตามปกติก็หมุนฝาเลย ปรากฎว่าไม่ออก ดูไปดูมา ที่ฝาด้านบนบอกให้กดลงก่อนแล้วค่อยหมุน ก็ลองกดแล้วก็ยังหมุนไม่ออก จนต้องไปให้พ่อลูกเจี๊ยบช่วยทำให้ เอ่อ ทำไมมันทำให้เปิดยากอย่างนี้เนี่ย ส่วนยาอีก 2 อย่างก็แล้วแต่อารมณ์วันอังคารยอมกินดี ๆ ให้กินหลังกินนมมื้อค่ำแทน ส่วนวันพุธ ให้กินหลังอาหารเย็น ก็เลยงอแงตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้ทำการบ้านระบายสีเละไปนิดหน่อย ฟันก็ไม่ยอมแปรง แม่ก็เลยให้นอนไปเลย

วันพฤหัสไปโรงเรียนครูบอกน้ำมูกลดลงแล้ว ตอนเย็น คุณย่าป้อนยาแก้คัดจมูกหลังอาหาร ตอนค่ำเลยงอแงอีก แต่ก็รู้และเตรียมรับมือไว้แล้ว กลางคืนมีไอค็อกแค็กนิดหน่อย ก็ให้กินน้ำก็หลับต่อไปได้ เช้าวันศุกร์ก็มีวีรกรรมป้อนยาอีกตามเคย กว่าจะยอมกินหมด แล้วก็เลยพลอยงอแงจะไม่ไปโรงเรียน ต้องให้รถตู้รอ แต่สุดท้ายก็ไปได้ วันนี้มีชั่วโมงว่ายน้ำด้วยไม่รู้จะเป็นยังไง
เย็นวันศุกร์ถามลูกเจี๊ยบได้ลงว่ายน้ำหรือเปล่า ลูกเจี๊ยบบอกได้ลง ถามต่อว่าสนุกมั้ย ก็บอกสนุก คุณพ่อมาบอกอีกทีว่าลูกเจี๊ยบบอกว่าเล่นกับคุณแม่สนุกกว่า ใช่สิ เล่นกับคุณแม่ชอบเอาน้ำมาสาดคุณแม่นี่นา คืนวันศุกร์ก็ยังให้กินยาแก้คัดจมูกกับเสมหะอยู่ อาทิตย์นี้ครูให้สมุดประจำตัวลูกเจี๊ยบมาให้กรอกประวัติสุขภาพ แล้วก็พฤติกรรมต่าง ๆ ด้วย แม่ก็กรอกไปตามความเป็นจริงเลย มีหลายอย่างที่ต้องหัด แม่ว่าก็ดีเหมือนกัน ครูจะได้รู้ว่าเด็กแต่ละคนเป็นยังไงบ้างตอนอยู่บ้าน

วันเสาร์วันนี้คุณพ่อมีต้องไปส่งของแล้วก็ว่าจะไปกินซิสเลอร์ที่เดอะมอลล์ เพราะมีบัตรลด 50 บาทอยู่ จะหมดอายุอาทิตย์หน้า ก็เลยว่าจะลองพาลูกเจี๊ยบไปกินดูว่าจะกินอะไรได้บ้าง พอซื้อของอื่น ๆ เสร็จเรียบร้อยอุ้มเข้าร้านซิสเลอร์ก็เริ่มงอแง สงสัยเพราะเมื่อเช้าให้กินยาแก้คัดจมูกมาด้วย แล้วร้องว่าจะดูน้ำพุ หมดกัน ก็เลยต้องพาออกมาไปกินที่ฟู้ดเซ็นเตอร์ด้านบนมีน้ำพุนิด ๆ ลูกเจี๊ยบก็งอแงเล็กน้อย น่าจะง่วงหน่อย ๆ แต่ก็กินข้าวมันไก่ทอดไปได้พอสมควร จากนั้นก็รีบกลับ ลูกเจี๊ยบขอกินนมในรถเลยชงให้ ก็หลับไปก่อนถึงบ้านซักพัก พอถึงบ้านก็อุ้มขึ้นห้องนอนต่อได้สบายไปเลย

ตอนค่ำให้ทำการบ้าน มีตกลงต่อรองกันทุกวันเลยเดี๋ยวนี้ ขอกินนมก่อน ขอเล่นก่อน กว่าจะได้ทำ ไม่งั้นมีอารมณ์เสียเลยทีเดียว บางทีแม่ก็ขี้เกียจพูดแล้วเหมือนกันนะเนี่ย บางครั้งก็ใช้วิธีเงียบ ๆ รอ ก็พอได้ผลบ้าง

วันอาทิตย์ไปซื้อของคาร์ฟูกันก็ไม่มีอะไรมาก มีซื้อรองเท้าแตะคู่ใหม่ให้คู่นึง แล้วก็ซื้อข้าวมันไก่ทอดกลับมาสำหรับลูกเจี๊ยบ ก็ตักกินเองเอร็ดอร่อยเชียว เสร็จแล้วก็ขึ้นนอน แม่เห็นยังมีไอนิดหน่อย น้ำมูกติดจมูกนิด ๆ เลยให้กินยาไป คราวนี้เลยหลับยาวเลย 3 ชั่วโมงแม่กับพ่อก็หลับไปด้วย ฝนตกอากาศเป็นใจจริง ๆ ตื่นมานึกว่าจะไม่งอแง ก็ยังมีงอแงต่อรองโน่นนี่อีกเหมือนเดิม เช่นเดียวกับตอนค่ำ กว่าจะนอนได้ ก็เลยปาไปสามทุ่มเกือบครึ่งเลย อดดูละครไปตั้งหลายตอน 555
09 Jun 2008 No Comments
ลูกเจี๊ยบเป็นหวัดมาราธอน สมุดสื่อสาร สมุดประวัติ
หลังจากหายไข้และน้ำมูกแล้ว วันจันทร์เลยให้ไปเรียนตามปกติ โทรไปถามครูปรากฎว่า มีน้ำมูกไหลสีเขียวข้น ๆ ด้วย ตอนแรกแม่เข้าใจว่าพอน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเขียวข้นขึ้นนี่คือใกล้จะหายแล้ว พอตอนเย็นกลับมาบ้านลูกเจี๊ยบก็ไม่มีน้ำมูกเลย ก็ยังงง ๆ หรือว่าแอร์ที่โรงเรียนจะเย็น วันอังคารไปโรงเรียนถามครูก็มีน้ำมูกอีก
ก็ได้คุยกับแม่ ๆ ด้วยกัน และหาข้อมูลว่าน้ำมูกสีเขียวแสดงว่ามีการติดเชื้อ ถ้าไม่รักษาเชื้ออาจจะลงไปที่ปอด เดี๋ยวไปกันใหญ่ วันนี้ได้สมุดสื่อสารมาด้วย ก็ยังไม่มีอะไรมาก ครูเขียนสรุปแค่ให้กรอกเบอร์โทรติดต่อที่ปกด้านหน้าเท่านั้น
เย็นวันอังคารเลยตัดสินใจ พาลูกเจี๊ยบไปหาหมอ ไปถึง รพ.ประมาณ 6 โมงเย็น วัดไข้ทางหูได้ 37.5 แม่ก็บอกพยาบาลให้ลองวัดใหม่ พยาบาลก็กดเครื่องอยู่แป็ปนึงแล้วก็เอาเครื่องเก็บ หันไปเอาปรอทมาให้วัดที่รักแร้แทน ก็ต้องจับให้ลูกเจี๊ยบหนีบไว้ เพราะลูกเจี๊ยบไม่เคยวัดแบบนี้เลย ผลวัดได้ 37 องศา น้ำหนัก 14.5 กก. ก่อนออกจากห้องก็เลยแวะวัดส่วนสูงซักหน่อย ลูกเจี๊ยบใส่รองเท้าแตะ วัดได้เลย 100 ไปนิด ๆ ถ้าถอดคิดว่าคงจะ 100 ซม. พอดี
พอถึงเวลาตรวจ ลูกเจี๊ยบก็ให้ความร่วมมือดีมาก คุณหมอก็ถามประวัติการเป็นหวัด แม่ก็เล่า ๆ ให้ฟัง หมอก็ตรวจหน้าอก ตรวจด้านหลัง ให้อ้าปากดูคอ แล้วก็ขอตรวจดูจมูก หมอบอกว่าจมูกแดงเล็กน้อย คุณหมอถามเรื่องการนั่งรถตู้ไปโรงเรียนด้วยว่านานมั้ย ถ้าลดได้ก็ดีเพราะมันทำให้มีโอกาสในการติดเชื้อได้มาก
คุณหมอมีถามลูกเจี๊ยบด้วยว่าปวดตรงเหนือจมูกหรือเปล่า ถ้าปวดอาจจะเป็นพวกไซนัสได้ ลูกเจี๊ยบก็ตอบไม่ปวด หมอบอกจะให้ยาฆ่าเชื้อมา อีก 2 วัน คงดีขึ้น สรุปหมอก็ให้ยามา 3 ขวด แก้อักเสบ Zithromax กินก่อนอาหารตอนเช้า ส่วน คัดจมูก Maxiphed แก้เสมหะ Fluifort กินหลังอาหารเช้าเย็น ค่ายา 570 ค่าพยาบาล 60 ค่าบริการทางการแพทย์ 60 ค่าหมอ 200
ยาแก้อักเสบให้ผสมน้ำ 9 ml แล้วจะได้ยา 15 ml ให้กินวันละ 4 ml ยานี้กินยากนิดหน่อยลูกเจี๊ยบบอกว่าเปรี้ยว และยาก็ข้น ๆ ต้องจิบไป กินน้ำไป อ้อมีเรื่องการเปิดขวดยาแก้อักเสบ ก็ตามปกติก็หมุนฝาเลย ปรากฎว่าไม่ออก ดูไปดูมา ที่ฝาด้านบนบอกให้กดลงก่อนแล้วค่อยหมุน ก็ลองกดแล้วก็ยังหมุนไม่ออก จนต้องไปให้พ่อลูกเจี๊ยบช่วยทำให้ เอ่อ ทำไมมันทำให้เปิดยากอย่างนี้เนี่ย ส่วนยาอีก 2 อย่างก็แล้วแต่อารมณ์วันอังคารยอมกินดี ๆ ให้กินหลังกินนมมื้อค่ำแทน ส่วนวันพุธ ให้กินหลังอาหารเย็น ก็เลยงอแงตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้ทำการบ้านระบายสีเละไปนิดหน่อย ฟันก็ไม่ยอมแปรง แม่ก็เลยให้นอนไปเลย
วันพฤหัสไปโรงเรียนครูบอกน้ำมูกลดลงแล้ว ตอนเย็น คุณย่าป้อนยาแก้คัดจมูกหลังอาหาร ตอนค่ำเลยงอแงอีก แต่ก็รู้และเตรียมรับมือไว้แล้ว กลางคืนมีไอค็อกแค็กนิดหน่อย ก็ให้กินน้ำก็หลับต่อไปได้ เช้าวันศุกร์ก็มีวีรกรรมป้อนยาอีกตามเคย กว่าจะยอมกินหมด แล้วก็เลยพลอยงอแงจะไม่ไปโรงเรียน ต้องให้รถตู้รอ แต่สุดท้ายก็ไปได้ วันนี้มีชั่วโมงว่ายน้ำด้วยไม่รู้จะเป็นยังไง
เย็นวันศุกร์ถามลูกเจี๊ยบได้ลงว่ายน้ำหรือเปล่า ลูกเจี๊ยบบอกได้ลง ถามต่อว่าสนุกมั้ย ก็บอกสนุก คุณพ่อมาบอกอีกทีว่าลูกเจี๊ยบบอกว่าเล่นกับคุณแม่สนุกกว่า ใช่สิ เล่นกับคุณแม่ชอบเอาน้ำมาสาดคุณแม่นี่นา คืนวันศุกร์ก็ยังให้กินยาแก้คัดจมูกกับเสมหะอยู่ อาทิตย์นี้ครูให้สมุดประจำตัวลูกเจี๊ยบมาให้กรอกประวัติสุขภาพ แล้วก็พฤติกรรมต่าง ๆ ด้วย แม่ก็กรอกไปตามความเป็นจริงเลย มีหลายอย่างที่ต้องหัด แม่ว่าก็ดีเหมือนกัน ครูจะได้รู้ว่าเด็กแต่ละคนเป็นยังไงบ้างตอนอยู่บ้าน
วันเสาร์วันนี้คุณพ่อมีต้องไปส่งของแล้วก็ว่าจะไปกินซิสเลอร์ที่เดอะมอลล์ เพราะมีบัตรลด 50 บาทอยู่ จะหมดอายุอาทิตย์หน้า ก็เลยว่าจะลองพาลูกเจี๊ยบไปกินดูว่าจะกินอะไรได้บ้าง พอซื้อของอื่น ๆ เสร็จเรียบร้อยอุ้มเข้าร้านซิสเลอร์ก็เริ่มงอแง สงสัยเพราะเมื่อเช้าให้กินยาแก้คัดจมูกมาด้วย แล้วร้องว่าจะดูน้ำพุ หมดกัน ก็เลยต้องพาออกมาไปกินที่ฟู้ดเซ็นเตอร์ด้านบนมีน้ำพุนิด ๆ ลูกเจี๊ยบก็งอแงเล็กน้อย น่าจะง่วงหน่อย ๆ แต่ก็กินข้าวมันไก่ทอดไปได้พอสมควร จากนั้นก็รีบกลับ ลูกเจี๊ยบขอกินนมในรถเลยชงให้ ก็หลับไปก่อนถึงบ้านซักพัก พอถึงบ้านก็อุ้มขึ้นห้องนอนต่อได้สบายไปเลย
ตอนค่ำให้ทำการบ้าน มีตกลงต่อรองกันทุกวันเลยเดี๋ยวนี้ ขอกินนมก่อน ขอเล่นก่อน กว่าจะได้ทำ ไม่งั้นมีอารมณ์เสียเลยทีเดียว บางทีแม่ก็ขี้เกียจพูดแล้วเหมือนกันนะเนี่ย บางครั้งก็ใช้วิธีเงียบ ๆ รอ ก็พอได้ผลบ้าง
วันอาทิตย์ไปซื้อของคาร์ฟูกันก็ไม่มีอะไรมาก มีซื้อรองเท้าแตะคู่ใหม่ให้คู่นึง แล้วก็ซื้อข้าวมันไก่ทอดกลับมาสำหรับลูกเจี๊ยบ ก็ตักกินเองเอร็ดอร่อยเชียว เสร็จแล้วก็ขึ้นนอน แม่เห็นยังมีไอนิดหน่อย น้ำมูกติดจมูกนิด ๆ เลยให้กินยาไป คราวนี้เลยหลับยาวเลย 3 ชั่วโมงแม่กับพ่อก็หลับไปด้วย ฝนตกอากาศเป็นใจจริง ๆ ตื่นมานึกว่าจะไม่งอแง ก็ยังมีงอแงต่อรองโน่นนี่อีกเหมือนเดิม เช่นเดียวกับตอนค่ำ กว่าจะนอนได้ ก็เลยปาไปสามทุ่มเกือบครึ่งเลย อดดูละครไปตั้งหลายตอน 555
by Lukjeab's Mom in Lukjeab's Diary